บทสรุป Yokai Watch : Episode 8 : Eddie’s Search

เราจะตื่นมาในตอนเช้า ซึ่งเราจะคุยกับวิสเปอร์ว่าวันนี้มีนัดไปบ้านของเอ็ดดี้ (Eddie) หนึ่งในกลุ่มเพื่อนเรา โดยการที่เราจะเข้าบ้านของเอ็ดดี้ได้นั้น เราจะต้องมีนาฬิกาเป็น Rank B เสียก่อน หากใครที่ยังไม่ได้ Rank B สามารถอ่านรายละเอียดเควส Rank B Challenge

จากนั้นไปที่บ้านของเอ็ดดี้ ซึ่งจะอยู่แผนที่ทางด้านขวาจากบ้านของเรา ไปถึงที่บ้านของเอ็ดดี้ก็จะเจอประตูจำกัด Rank กดสำรวจแล้วเราก็จะผ่านเข้าไปได้ (หากเรามาหาเอ็ดดี้ที่บ้านในตอนกลางคืน แม่ของเอ็ดดี้จะไล่เรากลับบ้านทันที) เข้าไปในบ้านเราจะเจอแม่ของเอ็ดดี้ยืนรออยู่ แล้วจะบอกเราว่าห้องของเอ็ดดี้จะอยู่ชั้น 2 ทางขวา ให้เราขึ้นไปหาได้เลย

ขึ้นไปคุยกับเอ็ดดี้ที่ห้อง แล้วเขาจะบอกว่าพ่อให้ตั๋วพิพิธภัณฑ์มา ซึ่งใกล้จะหมดอายุแล้ว สนใจไปเที่ยวกันไหมแน่นอนเราตอบตกลง แล้วเราก็จะได้ตั๋วพิพิธภัณฑ์มา หลังจากนั้นออกจากบ้านของเอ็ดดี้ แล้วตรงไปยังพิพิธภัณฑ์ได้เลย โดยจะอยู่ด้านล่างจากบ้านของเอ็ดดี้

เมื่อเรามาถึงพิพิธภัณฑ์แล้วให้เราเดินเข้าไปที่ห้องด้านขวา เราจะเจอเอ็ดดี้ ยืนดูโครงกระดูกไดโนเสาร์อยู่ เมื่อเราคุยกับเอ็ดดี้เสร็จ ให้เดินขึ้นมาชั้นบน เข้าไปในห้องด้านซ้าย คุยกับเอ็ดดี้อีกครั้งในห้องด้านขวา (ชั้น2) จากนั้นลงมาคุยกับเอ็ดดี้ที่ชั้นล่าง ใกล้ๆกับประชาสัมพันธ์ เอ็ดดี้จะเล่นถึงข่าวลือที่เกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ว่า มีของบางอย่างที่จัดแสดงอยู่สามารถขยับเองได้ ซึ่งในขณะที่คุยกันอยู่เราก็จะได้ยินประชาสัมพันธ์ กำลังคุยถึงเรื่องนี้อยู่เหมือนกันว่า เห็นของบางอย่างเคลื่อนย้ายจากห้องหนึ่งไปอยู่อีกห้องหนึ่ง

วิสเปอร์เจ้าเก่าจะเข้ามาผสมโรงด้วยว่าต้องเป็นฝีมือของโยไคอีกแน่นอน ซึ่งเอ็ดดี้จะชวนเรามาพิสูจน์ความจริงกัน และจะนัดเราให้มาเจอกันที่หน้าพิพิธภัณฑ์ในเวลากลางคืน **ซึ่งถึงตอนนี้เราสามารถเดินเล่นจนถึงเวลากลางคืน หรือจะกลับไปนอนที่บ้านแล้วตื่นมาในเวลากลางคืนก็ได้**

เมื่อเรามาพิพิธภัณฑ์ตามที่เอ็ดดี้นัดไว้ในตอนกลางคืนแล้ว ให้เราเดินมาด้านขวาของพิพิธภัณฑ์ เราจะเจอกระจกวางอยู่ วิสเปอร์จะบอกให้เราลองใช้เลนส์ของนาฬิกาส่องดู แต่เอ็ดดี้จะเดินเข้ามาเสียก่อน และถามว่าเรากำลังจะทำอะไร ในขณะที่เรากำลังคุยกับเอ็ดดี้ เราก็จะถูกกระจกวาร์ปเข้ามาอยู่ภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ เอ็ดดี้จะเกิดอาการตกใจเล็กน้อยกับสิ่งที่เกิดขึ้น

และได้สังเกตว่า ภายในอาคารนี้ มีระบบเลเซอร์รักษาความปลอดภัยอยู่ด้วย ในตอนที่เอ็ดดี้กำลังเดินสำรวจรอบๆบริเวณ เราก็จะคุยกับวิสเปอร์ถึงเรื่องที่เกิดขึ้น ว่าใช่ฝีมือของโยไคไหม วิสเปอร์จะบอกว่าน่าจะเป็นฝีมือของโยไคที่ชื่อ Mirapo แต่ในขณะที่เรากำลังคุยกับวิสเปอร์อยู่ Mirapo ก็จะโผล่ออกมาให้เห็น และจะบอกเราว่าเค้าปกป้องที่นี่มานานแล้ว จนมีโยไคตัวอื่นเข้ามารบกวน ขอให้เราช่วยจัดการให้หน่อย พร้อมทั้งบอกความสามารถพิเศษ ที่จะทำให้เราสามารถวาร์ปไปยังจุดต่างๆ ผ่านทางกระจกที่กระจายอยู่ทั่วพิพิธภัณฑ์

เอ็ดดี้หลังจากที่เดินสำรวจจนทั่ว ก็จะเดินมาบอกเราว่าให้เราช่วยหากุญแจห้องนิรภัยให้หน่อย ตัวเค้าจะพยายามปลดระบบป้องกันของทางพิพิธภัณฑ์ จากนั้นก็ให้เราใช้กระจกวาร์ปที่อยู่ทางด้านขวาล่าง เพื่อวาร์ปไปยังห้องอื่น ซึ่งตอนนี้ภายในพิพิธภัณฑ์จะเหมือนกับเป็นดันเจี้ยน (มีศัตรูออกมาเรื่อยๆ) ให้เราใช้กระจกวาร์ป ไปอีกที่ แล้วเราก็จะเจอกระจกบานต่อไป (ทางที่เราจะต้องเดินไปค่อนข้างง่าย คือ ออกจากกระจกเดิม แล้วเดินเข้ากระจกอีกบานไปเรื่อยๆ)

จนเราวาร์ปออกมาอยู่ที่หน้าบันได แล้วเอ็ดดี้จะสามารถปิดระบบเลเซอร์ได้บางส่วน ซึ่งเราก็จะสามารถเดินขึ้นไปชั้น 2 ได้ เมื่อขึ้นมาแล้ว ให้เราเดินไปทางขวา เราจะเจอกระจกที่สามารถวาร์ปไปห้องอื่นได้ และในห้องด้านขวานี้ ถ้าเราใช้กระจกที่อยู่บานล่างสุดทางซ้าย (ภายในห้องแสดงศิลปะ) เราก็จะวาร์ปไปยังกระถางต้นไม้ที่มีกุญแจซ่อนอยู่ เมื่อได้กุญแจมาแล้วก็ให้เรากลับไปหาเอ็ดดี้

เอ็ดดี้จะสามารถปลดระบบเลเซอร์ที่อยู่หน้าประตูห้องนิรภัยได้พอดี จากนั้นก็ให้เราเข้าไปสำรวจที่ด้านใน ซึ่งจะมีชุดเกราะโบราณที่เป็นข่าวลือว่า สามารถขยับเองได้ในตอนกลางคืน ในขณะที่เอ็ดดี้กำลังสำรวจชุดเกราะว่ามีกลไกอะไรอยู่ภายในไหม ชุดเกราะก็ได้เกิดขยับขึ้นมา และเราก็จะได้เจอบอส Phantasmurai ในการต่อสู้ เราสามารถโจมตีดาบของบอสจนหักได้ (ลดพลังโจมตี) และเมื่อเราโจมตีที่ตัวบอสจนเกราะแตก เราจะเจอหนูอยู่ภายในชุดเกราะ ซึ่งให้เรารีบโจมตีใส่หนูให้มากที่สุด เพราะมันจะพยายามซ่อมเกราะให้กลับมาใช้ได้อีกครั้ง พยายามโจมตีหนูที่อยู่ในชุดเกราะให้ได้ แล้วเราจะสามารถกำจัดบอสชุดเกราะผีได้

เมื่อเราสามารถกำจัดบอสได้แล้ว เอ็ดดี้ก็จะเห็นหนูวิ่งออกมาจากชุดเกราะ ทำให้สรุปได้ว่า ที่ชุดเกราะขยับได้นั้นเกิดจากหนูนั่นเอง และเดินออกไปด้านนอก ส่วนโยไคที่ชื่อ Mirapo ก็จะออกมาขอบคุณเรา ที่ช่วยให้พิพิธภัณฑ์กลับมาสงบอีกครั้ง และได้เป็นเพื่อนเรา ซึ่งต่อจากนี้ เราจะสามารถใช้กระจกวาร์ปไปในที่ต่างๆได้ทั่วเมือง ทำให้ประหยัดเวลาได้มากขึ้น จบ Episode 8 : Eddie’s Search

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*