[Review] Hollow Knight ที่สุดของแนว metroidvania ในช่วงเวลานี้ ,คุ้มทุกราคา

ยอมรับก่อนเลยว่าเกม Hollow Knight จากทีม Team Cherry ผมซื้อมาเพราะแว้บแรกถูกใจในงานศิลป์และเป็นคนชอบเล่นเกมมุมมองแบบ 2 มิติอยู่แล้วโดยไม่ได้ศึกษาข้อมูลเกมอะไรเลย คิดเสียว่าเกมราคา 315 บาทก็ไม่ได้คาดหวังว่าจะให้มีความลุ่มลึกและชั่วโมงเล่นเทียบเกมเกรด AAA จากค่ายดัง แต่ทุกอย่างมันกลับกันหมด Hollow Knight สร้างปรากฏการณ์เกมอินดี้คุ้มค่าเกินราคา โดยเฉพาะแฟนเกมแนว metroidvania ผมขอยกให้เป็นเกมที่ดีที่สุดในช่วงเวลานี้

หากใครเป็นแฟนบอย Dark Souls ในแง่ของระบบเกม เนื้อเรื่องสุดคลุมเครือที่ต้องอาศัยการตีความ มี NPC ยืนเด๋อด๋าพูดแล้วเป็นงงว่ากำลังคุยเรื่องอะไร สถานที่ของเกมบ่งบอกเรื่องราวว่ามีเหตุการณ์สำคัญเคยเกิดขึ้น จากนั้นนำเรื่องราวมาประติดประต่อตีความอีกครั้ง หากชอบความต่อเนื่องเล่าหมดทุกอย่างบางคนอาจไม่ชอบอะไรลักษณะนี้ แต่มองให้ดีนี่คือเสน่ห์เหมือนภาพวาดแอ๊บสแตรคของศิลปินดัง อาจบอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร แต่รู้ว่ามันแพง

ทีนี้พูดถึงความเป็น metroidvania ของเกม Hollow Knight ที่ตัวเราสามารถสัญจรไปไหนมาไหนก็ได้ในโลกของเกมที่ถือว่า ‘ใหญ่มาก’ ใหญ่จนย้อนกลับไปนึกว่าเราซื้อเกมมาในราคากี่บาท และเส้นทางลับ ทางที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ในช่วงแรกของเกมบวกกับไอเท็มที่ยังเก็บไม่ครบ จึงทำให้แต่ละโซนตัวเราจะต้องวนกลับไปมาไม่ต่ำกว่า 3 – 4 รอบ หากเป็นแฟนเกมสไตล์นี้จะถือเป็นสวรรค์ แต่หากไม่ได้อินกับแนวเกมนี้จุดนี้อาจสร้างความน่าเบื่ออยู่บ้าง เพราะการที่เข้าถึงโซนใหม่ๆตัวผู้เล่นต้องหา NPC ขายแผนที่ให้เจอเสียก่อน แม้แต่ผมเองก็มีความรู้สึกเบื่อเข้ามาบ้างเพราะเป็นพวกมีปัญหาด้านจดจำทิศทาง แต่หลังจากได้แผนที่มากางอันนี้หมดปัญหาในโซนนั้นๆไป จากนั้นก็จะมาเจาะลึกไปให้ครบทุกส่วนเพื่อค้นหาเส้นทางใหม่ๆอีกครั้ง และการจะเดินเหนือจรดใต้เป็นอะไรที่ค่อนข้างไกล ตัวเกมก็มีระบบ fast travel เข้ามารองรับเพื่อประหยัดเวลาอีกทางหนึ่ง หมายความว่าต่อจากการสำรวจที่เราหามันจนครบก็ถูกทดแทนด้วยระบบการเดินทางที่เร็วขึ้นเพื่อให้เกมมีความต่อเนื่องมากที่สุด ถือว่าเป็นความเจ๋งทั้งในเรื่องการออกแบบโลกของเกมและระบบการเดินทาง

หากเข้าใจในสิ่งที่เกมนำเสนอ ความสนุกของ Hollow Knight ไม่ได้อยู่ที่การฆ่าฟันศัตรูระหว่างทาง แต่สิ่งที่เกมนำเสนอจริงๆคือการสำรวจโลกภายในเกมแบบจริงจัง ไม่ใช่แค่การหาไอเท็มสำคัญแต่รวมไปถึงสถานที่ซึ่งบอกถึงปูมหลังเหตุการณ์เนื้อเรื่อง ตบท้ายด้วยการสู้บอสที่มีเยอะแบบไม่ต้องนับ บอสแต่ละตัวไม่ได้ให้ความรู้สึกซ้ำซาก ทุกตัวต่างมีทริคในการสู้แตกต่างกันออกไป และด้วยความที่เป็น metroidvania ทำให้การเดินทางไปไหนมาไหนของเกมค่อนข้าง ‘อิสระ’ โดยสิ่งที่คู่กับเกมสไตล์นี้อย่างการกระโดดไปบนเศษหินเล็กๆ การหลบกำแพงหรือพื้นหนาม การอาศัยจังหวะแบบเสี้ยววินาทีเพื่อผ่านช่องแคบๆ ทั้งหมดนี้เกมนำเสนอออกมาได้อย่างสนุก สนุกจนบางทีกลายเป็นหัวร้อน lol เพราะเราได้เจอสถานการณ์แบบนี้บ่อยมากและยากขึ้นเรื่อยๆ …แต่เอาเป็นว่าสุดท้ายมันก็จะจบด้วยความสนุกอยู่ดีนั่นล่ะ

แต่ใช่ว่าเกมจะไม่เน้นระบบการต่อสู้ สิ่งเหล่านี้ก็เรียกได้ว่าจัดเต็มมาเช่นกันในระบบตัวละคร มีทั้งการใช้สกิลพิเศษ การหาไอเท็มเพื่ออัพเกรดอาวุธหรือปริมาณพลังชีวิต แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุดคือเกมจะมีไอเท็มเครื่องราง(charm)ที่เปรียบเสมือนระบบ perk โดยตัวเราสามารถปรับเลือกเครื่องรางให้เหมาะสมตามสถานการณ์อย่างการเดินสำรวจโลกในเกม หรือสถานการณ์ต้องสู้กับบอส ด้วยเครื่องรางกว่า 36 แบบจึงทำให้สร้างความแตกต่างของประสบการณ์การเล่นได้อย่างมาก ยิ่งทำให้เห็นว่า Team Cherry จัดเต็มทุกรายละเอียดของระบบเกมแทบไม่ขาดตกบกพร่อง

สิ่งที่อดชมไม่ได้และแว้บแรกใครเห็นก็ต้องหยุดพิจารณานั่นคืองานศิลป์ที่ให้อารมณ์มืดหม่นแฝงด้วยความน่ารัก บางสถานที่ภายในเกมดูยิ่งใหญ่และสวยงามมากแต่บางครั้งกลับไม่มีเหตุการณ์ใดๆปรากฏ กะว่าเสพความงามก็เกินพอแล้ว ส่วนการออกแบบตัวละครแมลงนี่คือส่วนน่ารัก มันไม่ได้มีความซับซ้อนหรือรายละเอียดสุดยิบ แต่มันคือความลงตัวและทำให้รู้ว่านี่แหละมันเข้ากันดีแล้ว แต่ละโซนก็จะมีศัตรูหน้าใหม่และมีทริคในการรับมือต่างกันออกไป ประกอบกับดนตรีตอนสู้บอสแนวไล่ล่าถือว่าสร้างบรรยากาศให้รู้สึกตื่นจากการเดินทางอันเหนื่อยล้าในเกมด้วยดนตรีเงียบๆ

มาถึงสิ่งเรื่องเสียๆของเกมที่ผมเจอมาและได้รวบรวมมาบอก มันไม่ใช่เรื่องของระบบเกมเพลย์ใดๆเพราะนั่นเรียกได้ว่าแทบสมบูรณ์มากๆอยู่แล้ว แต่มันคือปัญหาทางเทคนิค อาการเกมกระตุกภาพชะงักเป็นบางช่วงผมได้เจอตลอดทั้งเกม อาจไม่ถึงกับซีเรียสจริงจัง แต่ด้วยบางสถานการณ์อย่างตอนสู้บอสแล้วต้องมาตายเพราะอาการนี้ ถือเป็นอีกทางหนึ่งเรียกอาการหัวร้อนได้ไม่น้อย ,ส่วนบัคประปรายที่ผมได้เจอก็มีอย่างเช่นตัวละครติดตามซอกของฉาก อาการตัวละครของเราลอยค้าง หรือศัตรูโดนหนามที่พื้นแล้วไม่ตาย หรือก้อนพลังที่ศัตรูปล่อยออกมาโผล่ค้างตลอดในฉากทั้งที่ศัตรูตัวนั้นตายไปแล้ว สิ่งเหล่านี้สร้างความรำคานเล็กน้อยๆแต่ก็ไม่ได้เกิดบ่อยจนเสียอรรถรสในการเล่น

สรุปท่อนสุดท้าย Hollow Knight จัดว่าเป็นแนว metroidvania ที่ดีที่สุดในช่วงเวลานี้ ด้วยเกมเพลย์ เนื้อเรื่อง งานศิลป์ ดนตรีประกอบ ทุกอย่างทำได้เข้ากันอย่างประณีต ผมวนเพื่อผจญภัยในเกมตั้งแต่ต้นจนจบด้วยเวลาเกือบ 5 ชั่วโมงการเล่น คาดว่าถ้าฝีมือไม่ดักดานแบบผมก็อาจสามารถจบได้ในเวลาราว 30-40 ชั่วโมง แต่ด้วยจุดประสงค์ของเกมคือความสนุกในการสำรวจ แล้วจะรีบเล่นให้จบไปทำไมกันล่ะ จริงไหม?

ข้อดี

โลกในเกมแสนกว้างใหญ่
มีเส้นทางลับให้สำรวจเยอะ
มีเนื้อเรื่องลุ่มลึกที่ต้องนำไปพูดคุยตีความกันอีกรอบ
บอสของเกมมีเยอะ คนรักการสู้บอสจะไม่ผิดหวัง
ระบบเครื่องรางสร้างความแตกต่างของตัวละครที่เล่นได้หลายรูปแบบ
งานศิลป์สวยงามอลังการ ดนตรีไพเราะ
คุ้มค่าเกินราคาด้วยชั่วโมงเล่น 30 ชั่วโมงขึ้นไปโดยแทบไม่รู้สึกเบื่อ

ข้อด้อย

อาการกระตุกขณะเล่นเกมในบางจังหวะ
บัคเล็กน้อยประปรายตลอดทั้งเกม

บรรยากาศดงเห็ดเริ่มลึกเรื่อยๆ
ไม่ได้มีแต่บรรยากาศหม่นๆ เขียวชะอุ่มก็มีเช่นกัน
NPC ตัวนี้แหละครับที่ต้องรีบหาให้เจอ ไม่งั้นหลงทางกันได้ง่ายๆ
พาหนะแมลงของระบบ fast travel
หน้าจอแสดงสถานะตัวละครทั้งสกิลและช่องเก็บของ
พวกเครื่องรางนอกจากจะเก็บได้ตามฉากในเกม เราสามารถซื้อได้จาก NPC ได้อีกทาง
ฉากสู้บอสที่ผมชอบที่สุด ทั้งเรื่องความต่อเนื่องในการสู้และดนตรีประกอบ

เก้าอี้ถือเป็นจุด check point ของเกม หากต้องการจะเปลี่ยนเครื่องรางต้องทำตอนนี้ครับ
ฉากของเกมจะมีหนอนซ่อนอยู่ หากช่วยมาได้ก็จะได้ของตอบแทน หาครบทุกตัวเมื่อไหร่รอดูฉากหักมุม

Be the first to comment

Leave a Reply

Your email address will not be published.


*